Ripple เตรียมขยายบริการชำระเงินข้ามประเทศ โอกาสเติบโตเพิ่มเติมเป็นอย่างไร

หลายปีที่ผ่านมา Ripple Labs บริษัทเทคโนโลยีการเงินชั้นนำ ได้วางรากฐานระบบการชำระเงินข้ามประเทศบนบล็อกเชนที่มีความรวดเร็วและคุ้มค่ากว่าระบบแบบเดิมอย่าง SWIFT และระบบธนาคารดั้งเดิมอื่น ๆ ล่าสุด Ripple ประสบความสำเร็จอย่างสำคัญเมื่อได้รับการอนุมัติจาก Financial Conduct Authority (FCA) ของสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นใบอนุญาตในการดำเนินบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ (EMI License) พร้อมการลงทะเบียนสินทรัพย์ดิจิทัล ส่งผลให้ Ripple สามารถขยายบริการชำระเงินข้ามพรมแดนภายใต้กรอบกฎหมายอย่างเป็นทางการในตลาดการเงินระดับโลกที่สำคัญนี้อย่างเต็มรูปแบบ

ด้วยการอนุมัติดังกล่าว สถาบันการเงินในสหราชอาณาจักรสามารถใช้ Ripple Payments แพลตฟอร์มชำระเงินข้ามประเทศที่ได้รับอนุญาต  เพื่อส่งเงินระหว่างประเทศโดยใช้สินทรัพย์ดิจิทัล เช่น XRP เป็นหนึ่งในเครื่องมือช่วยเพิ่มสภาพคล่องและเร่งการตั้งถิ่นฐานของเงินระหว่างสกุลต่าง ๆ

ทำไมการขยายบริการชำระเงินข้ามประเทศถึงสำคัญ?

การโอนเงินระหว่างประเทศในระบบดั้งเดิมมักมีข้อจำกัดด้านเวลา ต้นทุน และความซับซ้อนสูง โดยปกติอาจต้องผ่านหลายธนาคารและระบบกลางที่ล่าช้า ส่งผลให้ทั้งธุรกิจและผู้ใช้งานทั่วไปต้องเผชิญกับค่าธรรมเนียมสูงและเวลาในการรอคอยนาน Ripple ใช้ เทคโนโลยีบล็อกเชน และสกุลเงินดิจิทัล XRP ในการเพิ่มสภาพคล่อง ทำให้การจ่ายเงินระหว่างสกุลเงินต่าง ๆ เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและมีค่าธรรมเนียมต่ำ โดย XRP ทำหน้าที่เป็น “สกุลเงินสะพาน” ที่ช่วยให้การตั้งถิ่นฐานข้ามสกุลเงินต่าง ๆ เป็นไปอย่างเรียลไทม์และไร้ตัวกลาง ความเร็วของระบบนี้ช่วยแก้ปัญหาจุดอ่อนของ SWIFT ซึ่งต้องใช้เวลาหลายวันในการตั้งถิ่นฐาน ทำให้ Ripple เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากขึ้นสำหรับธุรกิจที่ต้องการโอนเงินข้ามประเทศอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส

บทบาทของ Ripple Payments และการได้รับใบอนุญาต

Ripple Payments เป็นโซลูชันการชำระเงินข้ามประเทศแบบครบวงจรที่ช่วยจัดการระบบจ่ายเงินและการตั้งถิ่นฐานของเงินให้กับลูกค้า โดยไม่ต้องสร้างโครงสร้างพื้นฐานเอง แพลตฟอร์มนี้ช่วยลดความซับซ้อนด้านเทคนิคและระเบียบข้อบังคับให้แก่ลูกค้า และสามารถเชื่อมต่อกับระบบธนาคารและพันธมิตรทั่วโลกได้อย่างราบรื่น

การได้รับใบอนุญาต EMI และการลงทะเบียนสินทรัพย์ดิจิทัลในสหราชอาณาจักรไม่เพียงแค่เปิดเส้นทางการขยายบริการในยุโรปเท่านั้น แต่ยังสร้างความมั่นใจให้กับสถาบันการเงินที่ต้องการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนอย่างปลอดภัยและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลทางกฎหมายด้วย

โอกาสการเติบโตและผลกระทบต่ออุตสาหกรรม

การขยายบริการของ Ripple มีโอกาสเติบโตในหลายด้าน ดังนี้:

  1. ธนาคารและสถาบันการเงินที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล: ด้วยระบบที่ได้รับการอนุมัติ Ripple สามารถร่วมมือกับธนาคารและสถาบันการเงินที่ต้องการโซลูชันการชำระเงินข้ามประเทศที่ปลอดภัยและรวดเร็วกว่าเดิม
  2. ค่าธรรมเนียมที่ต่ำลงและเวลาในการตั้งถิ่นฐานที่เร็วขึ้น: การใช้ XRP ในการตั้งถิ่นฐานระหว่างสกุลเงินต่าง ๆ ช่วยลดค่าใช้จ่ายและเวลารอคอยสำหรับการโอนเงินระหว่างประเทศ ซึ่งช่วยให้ธุรกิจประหยัดต้นทุนและตั้งแผนทางการเงินได้ดีขึ้น
  3. การเข้าถึงตลาดทั่วโลก: การได้รับใบอนุญาตในสหราชอาณาจักรและภูมิภาคอื่น ๆ เช่น สิงคโปร์ ช่วยให้ Ripple ขยายบริการไปสู่ตลาดใหม่ ๆ และเพิ่มบทบาทในระบบการเงินโลกอย่างยั่งยืน
  4. การดึงดูดผู้ใช้งานองค์กร: สถาบันการเงินที่ต้องการลดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมแลกเปลี่ยน จะมองหาโซลูชันที่เชื่อถือได้และอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายเท่านั้น ซึ่งใบอนุญาตช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าองค์กรมากขึ้น

ข้อพิจารณาและความท้าทาย

แม้ Ripple จะได้รับการอนุมัติและมีโอกาสเติบโตมากมาย แต่ยังคงมี ความท้าทายด้านกฎระเบียบ ในบางพื้นที่ เช่น สหรัฐอเมริกา ที่มีความไม่แน่นอนด้านการกำกับดูแลคริปโตเคอร์เรนซี ซึ่งอาจส่งผลต่อการขยายบริการในบางตลาด  การแข่งขันจากเทคโนโลยีและบริการใหม่ ๆ ของ FinTech หลายราย รวมถึงโครงการระบบชำระเงินข้ามพรมแดนบนพื้นฐาน CBDC (เงินดิจิทัลธนาคารกลาง) ก็อาจมีบทบาทสำคัญที่เปลี่ยนสมดุลของอุตสาหกรรมการเงินในระยะยาว

การขยายบริการชำระเงินข้ามประเทศของ Ripple โดยเฉพาะการได้รับอนุญาตจาก Financial Conduct Authority (FCA) ในสหราชอาณาจักร ถือเป็นก้าวสำคัญที่ตอกย้ำบทบาทของ Ripple ในระบบการเงินโลกอย่างเป็นทางการ ผ่านใบอนุญาต EMI License และการลงทะเบียนสินทรัพย์ดิจิทัล Ripple สามารถให้บริการแพลตฟอร์มการชำระเงินข้ามประเทศที่รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลทางกฎหมาย ซึ่งเป็นสิ่งที่สถาบันการเงินและธุรกิจทั่วโลกให้ความสำคัญ การขยายในตลาดยุโรปช่วยเพิ่มโอกาสให้ Ripple ดึงดูดสถาบันการเงินที่ต้องการโซลูชันการชำระเงินที่เชื่อถือได้ ในขณะเดียวกันยังช่วยให้ธุรกิจประหยัดเวลาและต้นทุนในการโอนเงินระหว่างประเทศ ด้วยความเร็วในการทำธุรกรรมและค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่าระบบแบบเดิม Ripple ได้แสดงให้เห็นว่าการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนสามารถตอบโจทย์โลกแห่งการเงินได้จริง อย่างไรก็ตาม ความท้าทายด้านกฎระเบียบในบางภูมิภาคและการแข่งขันในตลาด FinTech ยังเป็นปัจจัยที่บริษัทต้องจับตามองอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาการเติบโตในระยะยาวและขยายบทบาทสู่ระบบการชำระเงินระดับโลกให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

 

แหล่งอ้างอิง:
Ripple, FCA UK, Fintech News Switzerland, KuCoin Learn, DIG.WATCH, TradingView